- หน้าแรก
- รายละเอียดกิจกรรม
สถาบันอยุธยาศึกษา จัดกิจกรรมถ่ายทอดผลงาน “ผ้าลายอย่างจุฬาพัสตร์” สู่ศิลปะนาฏดุริยางค์ พัฒนาวิสาหกิจชุมชนสู่ Soft Power อย่างยั่งยืน
-
ระหว่างวันที่ ๑๘ - ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ สถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมถ่ายทอดผลงานการต่อยอด “ผ้าลายอย่างจุฬาพัสตร์” สู่ผลงานศิลปะนาฏดุริยางค์ เพื่อส่งเสริมศักยภาพของ วิสาหกิจชุมชนวัดย่านอ่างทอง (จุฬาโลก) ตำบลบ้านใหม่ อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการพัฒนาอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่มีมูลค่าสูง และสามารถต่อยอดได้อย่างยั่งยืน อันเป็นแนวทางในการขับเคลื่อน Soft Power ด้วยทุนวัฒนธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
กิจกรรมจัดขึ้น ณ ห้องประชุมต้นโมก มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย ซึ่งล้วนเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา กลับมาร่วมขับเคลื่อนพลังบัณฑิตคืนถิ่นในการพัฒนาเยาวชนและชุมชนท้องถิ่น ได้แก่ นายภานุพงศ์ นวลใย (ครูโรงเรียนจุฬาราษฎร์วิทยา) นายเขมวันต์ นาฏการจนดิษฐ์ (ครูโรงเรียนปัณณวิชญ์) นางสุนัท์ลินี เชื้อสุวรรณ (ครูโรงเรียนวัดไชยภูมิ) และนายสรวีย์ อาษาไชย (วิทยากรด้านศิลปะการแสดง)
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ครู นักเรียน จากโรงเรียนเครือข่าย และนักศีกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา (จำนวน ๗ แห่ง) จำนวนทั้งสิ้น ๕๐ คน ได้แก่
๑. โรงเรียนอยุธยานุสรณ์
๒. โรงเรียนเทศบาลชุมชนป้อมเพชร
๓. โรงเรียนวัดไชยภูมิ
๔. โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย
๕. โรงเรียนเสนา “เสนาประสิทธิ์”
๖. โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์
๗. ตัวแทนชมรมนาฏยลีลา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
รูปแบบกิจกรรมแบ่งออกเป็น ๓ วัน ดังนี้
- วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๘ อบรมเชิงปฏิบัติการ การแสดงทางนาฎศิลป์ไทย “อโยธยานาฏยวิจิตร” โดยเน้นการบอกเล่าที่มาของท่ารำและการถ่ายทอดท่ารำ
- วันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๘ ถ่ายทอดและฝึกฝนการต่อท่ารำอย่างมีแบบแผน เพื่อความแม่นยำและงดงาม
- วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ อบรมทักษะการแต่งหน้า ทำผม และการแต่งกายสำหรับการแสดง พร้อมจัดการแสดงสรุปผลสัมฤทธิ์จากการเรียนรู้
ทั้งนี้ผลงานสร้างสรรค์จากกิจกรรมดังกล่าว จะได้รับการเผยแพร่และจัดแสดงในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ครบรอบ ๑๒๐ ปี ในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ภายใต้แนวคิดจากโรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า สู่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา “คนของพระราชา ข้าของแผ่นดิน” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระอันทรงคุณค่านี้ และเป็นการแสดงให้เห็นถึง พลังของทุนวัฒนธรรม ที่สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ผ่านความคิดสร้างสรรค์ อัตลักษณ์ และความร่วมมือระหว่างชุมชนและสถาบันการศึกษา