ในปี พ.ศ. 2568 สถาบันอยุธยาศึกษา (สอศ.) ได้ดำเนินการจัดการความรู้ในหัวข้อ “กลยุทธ์การจัดการข้อมูลสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ” โดยใช้กรณีศึกษาจากงานศิลปวัฒนธรรมอุดมศึกษาครั้งที่ ๒๓ ซึ่งเป็นงานขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนด้านข้อมูล มาเป็นฐานในการเรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้ขององค์กร
การดำเนินงานมุ่งเน้นการถอดบทเรียนจากการปฏิบัติงานจริง การรวบรวมและจัดระบบข้อมูลที่กระจัดกระจาย รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของทีมงาน เพื่อกลั่นกรองเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ส่งผลให้การบริหารจัดการข้อมูลมีความเป็นระบบมากขึ้น และสนับสนุนการตัดสินใจในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
| หัวข้อ | ลิงก์ |
|---|---|
| รายงานสรุป การจัดการความรู้ประจำปี ๒๕๖๘ | เปิดรายงาน |
| วีดิทัศน์สรุป การจัดการความรู้ประจำปี ๒๕๖๘ | เปิดวีดิทัศน์ |
| คู่มือ การจัดการข้อมูลสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ กรณีศึกษา งานศิลปวัฒนธรรมอุดมศึกษาครั้งที่ ๒๓ | เปิดคู่มือ |
การจัดการความรู้เรื่องนี้ มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนวัดย่านอ่างทองมาศึกษา สืบสาน และต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ “ผ้าจุฬาพัสตร์” โดยใช้กระบวนการทำงานแบบ “อยุธยาศึกษา – อยุธยาสืบสาน – อยุธยาสร้างสรรค์” ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของชุมชน ตั้งแต่การศึกษาองค์ความรู้ท้องถิ่น การฟื้นฟูและอนุรักษ์ลวดลายผ้าโบราณ ไปจนถึงการออกแบบและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ใช้งานได้จริง ส่งผลให้เกิดองค์ความรู้ที่เป็นระบบ สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
| หัวข้อ | ลิงก์ |
|---|---|
| คู่มือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยทุนทางวัฒนธรรม กรณีศึกษาผลิตภัณฑ์ “ผ้าจุฬาพัสตร์” | เปิดคู่มือ |
ในปี พ.ศ. 2566 สถาบันอยุธยาศึกษาได้ดำเนินการจัดการความรู้เรื่อง “เทคนิคการจัดกิจกรรมลานวัฒนธรรม” โดยถอดบทเรียนจากการดำเนินงานจริงในการจัดนิทรรศการและลานวัฒนธรรมในงานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของหน่วยงาน จากนั้นได้นำองค์ความรู้ที่ได้มาพัฒนาเป็นแนวทางการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดทำสื่อและนิทรรศการเผยแพร่ เพื่อให้บุคลากร นักศึกษา และผู้สนใจสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
| หัวข้อ | ลิงก์ |
|---|---|
| รายงานการจัดการความรู้ (KM) ประจำปี ๒๕๖๖ ของสถาบันอยุธยาสึกษา เรื่อง เทคนิคการจัดกิจกรรมลานวัฒนธรรม ของสถาบันอยุธยาสึกษา | เปิดรายงาน |
สถาบันอยุธยาศึกษา ได้ดำเนินการถอดองค์ความรู้ เกี่ยวกับวิธีการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมทั้งองค์ความรู้และวิธีการดำเนินงานเกี่ยวกับการส่งเสริมและถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถาบันอยุธยาศึกษา ผ่านการจัดการความรู้ (KM) ประจำปี ๒๕๖๕ เรื่อง “กลยุทธ์การพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล กรณีศึกษา การยกระดับผลิตภัณฑ์ปลาตะเพียนใบลานอยุธยา” และสามารถกลั่นกรองความรู้ออกมาเป็น เอกสารเผยแพร่ความรู้ “การพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เครื่องแขวนปลาตะเพียนใบลาน” และสื่อนิทรรศการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการสานปลาตะเพียนใบลาน อันเป็นผลผลิตที่เกิดจากการจัดการความรู้ในครั้งนี้
สถาบันอยุธยาศึกษา เป็นหน่วยงานในสังกัดของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ที่ดำเนินงานด้านการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และสืบค้นข้อมูล เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรม วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริม เผยแพร่และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทย โดยจัดบรรยากาศภายในเรือนไทยของสถาบันอยุธยาศึกษา รวมไปถึงบริเวณโดยรอบ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิวัฒนธรรมอยุธยา ประกอบด้วย หอกลาง เรือนนอน เรือนครู และเรือนช่าง ที่มุ่งเน้นให้ความรู้ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ไปพร้อมกับความสนุกสนานเพลิดเพลินจากการเยี่ยมชม ที่มีการออกแบบการเล่าเรื่อง (Narrative Design) โดยให้นักท่องเที่ยว สามารถสัมผัส จับต้อง และถ่ายรูปคู่กับสื่อการเรียนรู้ ที่จำลองบรรยากาศเสมือนจริง ภายในเรือนจัดแสดงหลังต่างๆ ได้ตามความเหมาะสม
ดังนั้น เพื่อให้การบริการ เป็นไปอย่างมีระบบ ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันอยุธยาศึกษา จึงจำเป็นต้องจัดการความรู้ เกี่ยวกับเทคนิคการให้บริการและนำชมภายในแหล่งเรียนรู้ ให้เกิดแนวปฏิบัติที่ดี เช่น เทคนิคการต้อนรับคณะผู้เยี่ยมชม เทคนิคการบรรยายภายในเรือนแต่ละหลัง การเสริมทักษะด้านเทคนิคในความรู้ ความเข้าใจ สามารถถ่ายทอดเนื้อหาสาระ และประเด็นที่เหมาะสมในการบรรยาย แนะนำแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาความรู้ ดังที่ได้รวบรวม และกลั่นกรองข้อมูล ผ่านกระบวนการจัดการความรู้ (KM) จนเป็นแนวปฏิบัติที่ดี อยู่ในคู่มือเทคนิคการนำชม แหล่งเรียนรู้ภูมิวัฒนธรรมอยุธยาเล่มนี้
สถาบันอยุธยาศึกษา ได้จัดการความรู้ประจำพุทธศักราช ๒๕๖๓ เรื่อง "เทคนิคการนำชมเส้นทางสังคมพหุวัฒนธรรมในนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา" เพื่อแสวงหาวิธีและแนวทางในการนำชมโบราณสถานต่าง ๆ ในเส้นทางการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของชุมชนที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลายของอยุธยา
คณะกรรมการจัดการความรู้ของสถาบันอยุธยาศึกษา ดำเนินงานโดยใช้กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management - KM) ทั้ง ๗ กระบวนการ เป็นเครื่องมือสำคัญในแสวงหาและแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้ของบุคลากรภายในสถาบันฯ จนสามารถผลิต "คู่มือเทคนิคการนำชมเส้นทางสังคมพหุวัฒนธรรมในนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา" และได้มีการเผยแพร่แก่นักศึกษาในคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัย
ความพิเศษของคู่มือฯ อันเป็นผลผลิตของการจัดการความรู้ในครั้งนี้ คือการนำข้อเสนอแนะจากการจัดการความรู้ครั้งก่อน มาพัฒนาให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น คือนอกเหนือจากการนำเสนอเทคนิควิธีการในการนำเที่ยวที่มัคคุเทศก์ควรทราบแล้ว ยังได้คัดสรรเนื้อหาที่ควรใช้สำหรับการบรรยายแก่นักท่องเที่ยวจากแหล่งข้อมูลหลายๆ เล่มให้รวมอยู่ในคู่มือเทคนิคการนำชมเส้นทางสังคมพหุวัฒนธรรมในนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยานี้ฉบับนี้
คณะกรรมการจัดการความรู้ของสถาบันอยุธยาศึกษา มีความมุ่งหวังว่า คู่มือเทคนิคการนำชมเส้นทางสังคมพหุวัฒนธรรม ในนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์กับบุคลากรสถาบันอยุธยาศึกษาในการปฏิบัติราชการ ตลอดจนสามารถบูรณาการกับการเรียนการสอนของนักศึกษาและอาจารย์ รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจทั่วไป
คู่มือนำชมโบราณสถานในมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาเล่มนี้ เกิดขึ้นจากประสบการณ์การทำงานด้านการนำชมโบราณสถานภายในมหาวิทยาลัยของบุคลากรในสถาบันอยุธยาศึกษาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้เกิดองค์ความรู้ และประสบการณ์ในด้านต่างๆ เช่น ด้านการศึกษาข้อมูลในการนำชมโบราณสถาน ลำดับเส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะสม การใช้ระยะเวลาในการนำเที่ยวแต่ละที่ การเลือกสรรเนื้อหาในการบรรยาย และการพาชมจุดต่างๆ ในโบราณสถานแต่ละแห่ง เป็นต้น ความรู้ที่อยู่ในบุคลากรของสถาบันฯ เหล่านี้ ได้นำมาสู่กระบวนการจัดการความรู้ และถูกถ่ายทอดออกมาเป็นคู่มือการนำเที่ยวฉบับนี้
ผู้ใช้งานคู่มือนำเที่ยวฉบับนี้ สามารถศึกษาและปฏิบัติตามความแนะนำต่างๆ โดยสามารถปรับประยุกต์ ให้เข้ากับบริบท และข้อจำกัดต่างๆ ในการนำเที่ยวของผู้ใช้งานเอง สถาบันอยุธยาศึกษามุ่งหวังว่าคู่มือฉบับนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งาน เข้าใจกลวิธีต่างๆ ในการนำชม ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเที่ยวแหล่งโบราณสถานต่างๆ ในมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ได้เป็นอย่างดี